รายละเอียดบทความ

ความสำคัญของฟันน้ำนม

เรื่อง ความสำคัญของฟันน้ำนม

ฟันมีความสำคัญต่อเราทุกคนมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านความสวยงาม หรือการบดเคี้ยวอาหาร แต่เรามักให้ความสนใจแต่ฟันถาวร เพราะคิดว่า เป็นฟันที่อยู่กับเราตลอดชีวิต โดยมองข้ามความสำคัญของฟันน้ำนมไป ทั้งๆ ที่ฟันน้ำนมมีผลโดยตรงกับฟันถาวร ฉะนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญ ของฟันน้ำนม จึงเป็นเรื่องที่เราไม่ควรละเลย

ความสำคัญของฟันน้ำนม

  1. ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพทั่วไปของเด็ก เด็กที่ปวดฟัน หรือฟันมีรู หรือสูญเสียฟันน้ำนมไป ก็อาจทำให้เคี้ยวอาหารได้ไม่เต็มที่ การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้เป็นโรคระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้ เด็กอาจหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เลือกอาหารอ่อน หรือเหลว ซึ่งทำให้ติดฟันง่าย ถ้าแปรงฟันไม่ดีก็ติดเป็นคราบฟัน ทำให้ฟันผุลุกลามมากขึ้น บางคนก็หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือน ถูกฟันซี่ที่ปวด โดยเปลี่ยนมาใช้ฟันที่เคี้ยวข้างเดียว ทำให้ฟันข้างที่ไม่ได้ใช้งาน เกิดหินน้ำลาย พอคราบฟันจับหนาก็จะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ เกิดเป็นความทุกข์ทรมานที่ซ่อนเร้น ติดตัวเด็กอยู่ตลอดเวลา จนกว่าจะได้รับการบำบัดรักษา ซึ่งโดยแท้จริง แม้ว่าจะกระทำด้วยวิธีการใดก็ตาม ก็คงไม่มีวิธีการใดที่ดีไปกว่า การดูแลป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคขึ้น
  2. ฟันน้ำนมรักษาที่ให้ฟันถาวรขึ้น ถัดจากฟันน้ำนมลงไป ในกระดูกขากรรไกรนั้น มีฟันถาวรกำลังเจริญสร้างตัว เพื่อรอรับวันเวลาที่ฟันน้ำนม จะทยอยหลุดไปตามกำหนดเวลา แล้วฟันถาวรก็จะขึ้นมาแทนที่ ถ้าสูญเสียฟันน้ำนมเร็วไปก่อนกำหนด การขึ้นของฟันถาวร ก็จะกลับกลายเป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้เด็กฟันเกได้ เพราะไม่มีฟันน้ำนมคอยเก็บที่ไว้ให้อีกต่อไป ฟันที่เหลือในปากจะรวน ฟันน้ำนมซี่ที่ติดกับซี่ที่ถูกถอนจะล้มเอียง เข้าหาที่ว่าง ฟันถาวรที่รอจะขึ้นในตำแหน่งนั้น ก็ไม่สามารถขึ้นได้ เพราะไม่มีที่เพียงพอ หรือขึ้นมาบิดเก หรือซ้อนกับฟันซี่อื่น หรือไม่มีที่ขึ้นเลย
  3. ช่วยให้ออกเสียงพูดได้ชัดเจน เด็กจำเป็นต้องมีฟันน้ำนมไว้ครบทุกซี่ เพื่อการเริ่มฝึกหัดออกเสียงคำพูดต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ถ้าถอนฟันน้ำนมก่อนกำหนด ก็อาจทำให้เด็กมีพัฒนาการในการพูดช้ากว่าปกติ และการพูดจาที่ไม่ชัดเจน อาจติดนิสัยไปจนโต
  4. ให้ความสวยงามแก่ใบหน้า ถ้าสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนด จะทำให้เกิดความไม่น่าดู ทำให้เด็กเสียบุคลิกภาพ เป็นที่ล้อเลียนแก่เพื่อนฝูง เกิดเป็นปมด้อยขึ้น
  5. กระตุ้นการเจริญเติบโตของขากกรรไกร โดยแรงบดเคี้ยวจากฟันน้ำนม จะกระตุ้นการสร้างกระดูกขากรรไกร ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นการช่วยให้ฟันถาวร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าฟันน้ำนม มีที่เพียงพอที่จะขึ้นได้

การดูแลฟันน้ำนม ทำได้โดย

  1. เริ่มตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดา ฟันจะมีการสร้างตัวเมื่อเด็กอายุได้หกสัปดาห์ และค่อยๆ เจริญเติบโตเป็นรูปร่าง แต่ฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ผู้เป็นมารดาจึงควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเผื่อแผ่ไปถึงทารกในครรภ์
  2. เอาใจใส่ในเรื่องอาหารการกินของเด็ก เมื่อเด็กเกิดมาก็ใช้นมที่เหมาะสมเลี้ยงเด็ก ไม่เลี้ยงด้วยนมข้นหวาน หรือใส่น้ำตาล ในน้ำ หรือนม เพราะจะทำให้ฟันผุได้ ควรให้เด็กดูดน้ำตาม หลังจากดูดนมแล้ว ให้ติดเป็นนิสัย เพื่อไม่ให้คราบนมตกค้างจับที่ฟัน ซึ่งจะเป็นสาเหตุของฟันผุต่อไป

    ควรปลูกฝังนิสัยเรื่องอาหารการกิน ให้เลือกอาหารที่มีประโยชน์ รู้จักอาหารที่เป็นโทษแก่ฟัน เช่น ลูกอม ทอฟฟี่ ขนมหวานต่างๆ

  3. การทำความสะอาดฟันเด็ก สอนให้เด็กรู้จักทำความสะอาดในช่องปาก และฟัน และควรสอนให้ทำจนเป็นนิสัย เช่น ให้เด็กบ้วนปากทุกครั้งหลังอาหาร สอนให้รู้จักแปรงฟัน และแม้เด็กจะเริ่มแปรงฟันได้แล้ว ก็ไม่ควรให้เด็กทำเองหมด ผู้ปกครองควรแปรงฟันให้เด็กอย่างน้อย วันละหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน ซึ่งเป็นครั้งที่สำคัญ
  4. พาเด็กไปหาทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เมื่ออายุสองขวบครึ่ง ฟันน้ำนมจะขึ้นครบ หรือเกือบครบ ควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจฟัน และสร้างความคุ้นเคย เมื่อเด็กมีความคุ้นเคยต่อไป ถึงจะรักษาทางทันตกรรม เช่น ฟันผุจะอุดฟันให้เด็กก็ทำได้ไม่ยากนัก ไม่ควรปล่อยจนเด็กมีอาการปวดฟัน แล้วจึงค่อยพามา เพราะจะเป็นการสายเกินไป ที่จะรักษาฟันซี่นั้นได้ นอกจากนี้ ยังทำให้เด็กเกิดความกังวล และมีความกลัวในการบำบัดรักษามากขึ้น

ฟันน้ำนมมีความสำคัญไม่น้อยกว่าฟันถาวร แม้ว่าเวลาในการใช้งานของฟันน้ำนมจะสั้น เพียง 11-12 ปีเท่านั้น แต่ฟันน้ำนมก็เป็นผู้สร้างรากฐาน ที่ดีให้กับฟันถาวร เราจึงควรให้ความสนใจ หมั่นดูแลรักษาความสะอาด และบำรุงรักษาฟันน้ำนม ให้อยู่กับเรา จนถึงเวลา ที่ฟันจะหมดหน้าที่ไป
ผู้ลงบทความ : Chiki Chika